|
อาทิตย์, 16 สิงหาคม 2009 |
|
หน้า 1 จาก 4 จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกในปี 2551 ซึ่งราคาน้ำมันมีความผันผวน และได้ปรับตัวขึ้นลงตามสถานการณ์ ประกอบกับผลกระทบด้านเศรษฐกิจของโลก และยังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องปรับแนวทางการพัฒนาและการบริหารพลังงานของประเทศในระยะต่อไป ที่ต้องมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงได้ประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ในกิจการพลังงานของประเทศ โดยมุ่งเน้นใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รู้จักเลือกใช้ เท่าที่จำเป็นเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ โดยพิจารณาเลือกใช้พลังงานทดแทนที่มีอยู่ในประเทศ หรืออยู่ในชุมชนก่อนเป็นอันดับแรก
โดยกระทรวงพลังงานมีเป้าหมายที่จะพัฒนาพลังงานทุกรูปแบบที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อลดระดับการพึ่งพา การนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ โดยภายในปี 2554 จะลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ให้เหลือเพียง 33.6% ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ ค่าดัชนีการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าดังกล่าว ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกประเทศในโลก ความก้าวหน้า และความสำเร็จในการดำเนินนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนนโยบาย และมาตรการ ที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต จะส่งผลให้ภาพรวม การบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายในการกระจายแหล่ง และชนิดของพลังงาน จะมีผลต่อความมั่นคง ทั้งด้านปริมาณ และราคาพลังงานตลอดจนพลังงานทดแทน การกำกับดูแลราคา ความปลอดภัย การดูแลสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงาน ยังเป็นนโยบาย และมาตรการที่จำเป็นสำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงต่อไป
สำหรับนโยบายด้านพลังงานทดแทน รัฐบาลได้ตื่นตัวต่อการสร้างสรรค์พลังงานทดแทน และพลังงานหมุนเวียนไว้เป็นทางเลือก เพราะดูจากแนวโน้มการใช้น้ำมันของบ้านเราแล้ว ถือได้ว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง กล่าวคือ ประเทศไทยบริโภคน้ำมันมากเป็นลำดับที่ 15 ของโลก และการใช้น้ำมันในประเทศไทย ก็เป็นน้ำมันที่เกิดจากการนำเข้ามากถึง 90 % จากปริมาณการใช้ทั้งหมด เมื่อราคาน้ำมันผันผวนอยู่ในช่วงขาขึ้น คนไทยก็เฮโลหันไปพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ หรือแอลพีจี ซึ่งเดิมทีมีไว้รองรับการใช้ของภาคครัวเรือนเป็นหลัก และเมื่อมีการใช้ผิดประเภทมากยิ่งขึ้น ไทยก็ต้องหันไปนำเข้าแอลพีจีในปริมาณมาก ก่อให้เกิดการสูญเงินตราออกต่างประเทศอย่างที่ไม่ควรจะเสีย จากก่อนหน้านี้ที่เราสามารถผลิตใช้ได้เองอย่างพอเพียง ทำให้มีการพยายามมองหาพลังงานทางเลือกอื่น ๆ มาทดแทนมากขึ้น วันนี้ วงการพลังงานทดแทนของไทย กำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นรูปเป็นร่าง และขยายวงสู่การใช้งานทั้งในภาคประชาชน และการใช้เชิงพาณิชย์ เกิดความหลากหลายมากขึ้นตามลำดับ
|