หน้าแรก arrow การจัดการความรู้ arrow แพทย์สรุปแล้วคลื่นโทรมือถือมีฤทธิ์ก่อมะเร็ง
Home    Contacts
รายการหลัก
หน้าแรก
เกี่ยวกับสำนักงาน
กลุ่มงาน/ฝ่ายในสำนักงาน
ข้อมูลสิ่งแวดล้อม
สื่อเผยแพร่
การจัดการความรู้
ศูนย์บริการประชาชน
ศูนย์บริการสารสนเทศ
ศูนย์เตือนภัยมลพิษทางน้ำ
ดาวน์โหลด
คลินิกสิ่งแวดล้อม
เว็บไซต์สำคัญ
กระดานสนทนา
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
Link กระทรวง
รัฐมนตรีว่าการและคณะ
หน่วยงานในกระทรวง
บริการในกระทรวง
ระบบอินทราเน็ต
ค้นหามติคณะรัฐมนตรี
KM สป.ทส.
KM Webboard
เข้าสู่ระบบ





ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก? สมัครสมาชิก
แพทย์สรุปแล้วคลื่นโทรมือถือมีฤทธิ์ก่อมะเร็ง PDF พิมพ์ อีเมล์
เสาร์, 14 มีนาคม 2009

แพทย์สรุปแล้วคลื่นโทรมือถือมีฤทธิ์ก่อมะเร็ง

ศัลยแพทย์จุฬาฯระบุ ผลวิจัยของฮาร์วาร์ดที่ได้รับทุนจากบริษัทมือถือ

สรุปผลออกมาแล้วว่า การใช้โทรศัพท์มือถือส่งผลให้เซลล์มนุษย์เปลี่ยนแปลง
และอาจก่อให้เกิดมะเร็งหรือเนื้องอกในสมองได้
แนะให้กดรับโทรศัพท์ให้ห่างตัวก่อนพูดคุยตามปกติ

 

ศัลยแพทย์ระบบประสาทคณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้
รายงานของคณะกรรมการพิเศษ สภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาเร็ว ๆ นี้
ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทโทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อทุกระบบ
ให้คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นผู้บริหารจัดการ
โดยศึกษาวิจัยการใช้โทรศัพท์มือถือผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว
และได้ทยอยเปิดเผยรายงานวิจัยดังกล่าวออกมาเป็นระยะล่าสุดเมื่อไม่กี่เดือนนี้
นักวิจัยได้เปิดเผยผลการศึกษาในสัตว์ทดลองที่ศึกษามานานกว่า 7 ปี พบว่า
การใช้โทรศัพท์มือถือมีผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ของมนุษย์
ทำให้การซ่อมแซมดีเอ็นเอในร่างกายเสื่อมสมรรถภาพ
และมีความเป็นไปได้ทำให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งที่สมองได้

จากการศึกษาดังกล่าวนักวิจัยได้นำไปศึกษาต่อในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งสมอง
พบว่าเนื้องอกที่สมองมีความสัมพันธ์กับการใช้โทรศัพท์มือถือ กล่าวคือพบว่า
ผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกในสมองจะเป็นข้างเดียวกับข้างที่ใช้โทรศัพท์
ถ้าถือโทรศัพท์มือถือข้างขวาก็เป็นเนื้องอกที่สมองข้างขวา
และยังพบว่าในเนื้องอกนั้นมีเซลล์ลักษณะพิเศษที่พบเฉพาะในผู้ที่ใช้ โทรศัพท์มือถือ
ซึ่งนักวิจัยพยายามหาข้อมูลเชิงระบาดวิทยาให้มากขึ้น
เพื่อยืนยันผลการทดลองดังกล่าว
 

แต่โดยสรุปแล้วคณะกรรมการพิเศษเห็นว่าผลการศึกษานี้มีมูล รวมทั้งจะพิมพ์เป็นตำรา

อย่างเป็นทางการ ภายในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนนี้
นอกจากนี้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศอังกฤษ
ยังได้ออกประกาศเตือนประชาชน

โดยเฉพาะวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปี ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือ
เพราะเชื่อว่าช่วงอายุดังกล่าวสมองของเด็กวัยรุ่น ยังเติบโตพัฒนาไม่เต็มที่
อีกทั้งกะโหลกศีรษะไม่หนาพอที่จะรับผลกระทบจากคลื่นแม่เหล็ก
หรือรังสีจากโทรศัพท์มือถือได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
อย่างไรก็ตามจากการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพจากโทรศัพท์มือถือทั่วโลก
ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการใช้โทรศัพท์มือถือครั้งละ 1 นาที 10 ครั้งติดต่อกันช่วงระยะ

เวลาหนึ่ง กับการใช้โทรศัพท์มือถือครั้งละ 10 นาที มีอันตรายมากน้อยต่างกันหรือไม่อย่างไร

 

อย่างไรก็ตามในต่างประเทศนั้น มีคำแนะนำให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้

 

โทรศัพท์มือถือเป็นประจำ ให้ใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีช่วย
เพื่อให้ปริมาณและอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือห่างสมองมากที่สุด

ขณะเดียวกันก็มีนักวิจัยถกเถียงเรื่องแฮนด์ฟรีนี้อยู่มากว่าจะช่วยบรรเทา

ผลกระทบต่อสมองได้มากน้อยเพียงใด

เนื่องจากพลังงานคลื่นแม่เหล็กจากโทรศัพท์มือถือจะมีมากที่สุดขณะที่มีสายเรียกเข้า
ซึ่งระหว่างนั้น เสาสัญญาณจะปล่อยพลังงานออกมากเพื่อรับส่งสัญญาณ
 
ข้อแนะนำว่าโทรศัพท์มือถือในยุคนี้สมัยนี้อาจจะมีความจำเป็นสำหรับประชาชนอยู่
เพราะฉะนั้นหากจำเป็นต้องใช้ขอให้ใช้น้อยที่สุด
และเมื่อมีสัญญาณโทรศัพท์เรียกเข้ามา กดรับสายให้ห่างตัวสักพัก จึงค่อยนำมาแนบหู
เพื่อความปลอดภัย เพราะผลกระทบทบจากโทรศัพท์มือถือทุกระบบ ทุกยี่ห้อ
ไม่ได้แสดงออก ให้เห็นทันทีทันใด
แต่จะเป็นผลสะสมระยะยาว
groups.yahoo.com/group/ymbaku13/message/1546
รวบรวมโดยนางศุภฤกษ์ ดวงขวัญ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่

 

 

Add comment


Security code
Refresh

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Web Development & Design