|
ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ หรือรุ่นเก่า ต่างก็หันมาใช้อุปกรณ์ตัวนี้กันมาก เพราะเป็นอุปกรณ์ในการทำงานใช้หาความรู้และความสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้โดยผ่านระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ต
แม้ว่าคอมพิวเตอร์มีประโยชน์อยู่มากแต่ก็มีสิ่งที่ต้องควรระวังในการใช้งานเพราะจะส่งผลต่อสุขภาพสายตาของผู้ใช้ได้โดยตรง
จากบทความ Computer Vision Syndrome (CVS) ที่ อมรรัตน์ ขยันการนาวี เขียนไว้ในจดหมายข่าวสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า อาการคอมพิวเตอร์ วิชัน ซินโดรม สามารถพบได้ถึง 75 % ของคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ใช้ระยะเวลาการเล่นคอมพ์ต่อเนื่อง
กลุ่มอาการ CVS นั้นมีอาการและสาเหตุโดยสรุปคือ จะสังเกตได้ว่า มีการกะพริบตาน้อยลงเหลือเพียง 6-8 ครั้งต่อนาที ในขณะที่คนทั่วไปมีอัตรากะพริบตาอยู่ที่ 16-20 ครั้งต่อนาที เนื่องจากมีการเพ่งสายตาติดต่อกันอย่างยาวนาน ทำให้ผิวตาแห้ง แสบตา อาการที่เกิดนั้นมีสาเหตุจากแสงจ้า และแสงสะท้อนจากคอมพิวเตอร์ อาจเกิดจากแสงสว่างไม่เพียงพอ มีไฟส่องเข้าหาหน้าหรือหลังจอภาพโดยตรง ทำให้เกิดแสงจ้า และแสงสะท้อนเข้าตาผู้ใช้ เกิดอาการเมื่อยล้าสายตาได้ง่าย
จอภาพก็เป็นสิ่งสำคัญต้องปรับคลื่นแสงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ (Refresh Rate) ให้อยู่ในเกณฑ์ที่สายตาไม่ต้องหรี่หรือเพ่งสายตามากเกินไป เพราะหากภาพบนจอเต้น ส่งผลให้ผู้ใช้ต้องปรับตาเพื่อโฟกัสใหม่อยู่ตลอดเวลา เป็นเหตุให้ตาเมื่อยล้าได้ รวมทั้งการวางคอมพิวเตอร์ให้มีระยะห่างจากระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์ กับจอภาพไม่เหมาะสมทำให้เกิดการเพ่งมากเกินไป ทำให้เกิดอาการปวดตาและปวดศีรษะได้
สำหรับวิธีการป้องกันและแก้ไขอาการวิชัน ซินโดรม สามารถทำได้โดยวางคอมพิวเตอร์ให้มีระยะห่างที่เหมาะสม ปรับแสงหน้าจอให้เพียงพอ ปรับเวลาในการใช้คอมพ์ในแต่ละวันให้พอดี เพือลดความเมื่อยล้าของสายตา หากรู้สึกปวดตาควรพักสายตาก่อนกลับมาทำงานใหม่ นอกจากนี้อุปกรณ์ที่ใช้ลดแสงหน้าจอคอมพ์เพื่อให้สายตาคงที่ก็คือกระจกกรองแสงจากจอคอมพ์ ซึ่งปัจจุบันมีขายทั่วไป
อันตรายอีกประการที่คนวัยทำงานอาจละเลย ซึ่งผลการวิจัยได้ระบุชัดว่าแสงจอคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งทำให้ผิวหมอง เกิดฝ้า กระ และริ้วรอยเหี่ยวย่น เป็นปัญหากวนใจของสาว ๆ หนุ่ม ๆ มาทุกยุคทุกสมัย บางคนไม่มีความรู้ในการรักษา และเลือกผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้อง ทำให้ผิวหน้าเสีย และหมองคล้ำไปกันใหญ่
ล่าสุดสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้เชิญ พญ.วิญญารัตน์ ตันศิริ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผิวพรรณมาให้ความรู้วิธีดูแลรักษาผิวหน้าอย่างถูกวิธี โดย พญ.วิญญารัตน์ ได้แจกแจงถึงต้นเหตุของริ้วรอยแสงแดด ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหน้าเกิดฝ้า กระ และ ริ้วรอย ส่วนกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ไฟสปอตไลต์ หรือแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็ถือเป็นสาเหตุให้ผิวหน้าหมองคล้ำได้เช่นกัน
การดูแลรักษานั้นค่อนข้างยากบางคนรักษาไม่หาย ดังนั้นควรเน้นการป้องกันจะดีกว่า วิธีที่ดีที่สุด คือทาครีมกันแดด ดื่มน้ำให้มาก อย่านอนดึกเด็ดขาด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญต้องเลือกใช้ครีมบำรุงผิวให้ถูกวิธี โดยพิจารณาจากความน่าเชื่อถือ ส่วนผสมต้องมีระบุอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ดีวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดจากปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนทำงานหลาย ๆ คน ควรสังเกตอาการและดูแลสุขภาพสายตาและผิวหนังของเราให้ดี เพื่อให้สามารถคงสภาพที่ดี และไม่ต้องพบแพทย์ให้สิ้นเปลืองสตางค์
ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ปีที่ 6 ฉบับที่ 2108 วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
|