|
สิทธิข้าราชการรักษาพยาบาลได้ไม่ต้องจ่ายเงินสด ปัจจุบันหลักประกันสุขภาพครอบคลุมคนไทยทั่วทั้งประเทศ จำนวน 60.87 ล้านคน โดยแบ่งผู้ลงทะเบียนสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า 47.59 ล้านคน สิทธิประกันสังคม 8.88 ล้านคน สิทธิสวัสดิการข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ 4.11 ล้านคน ซึ่งสามารถตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากบุคคลใดไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลใด สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิบัตรทอง จาก โครงการ 30 บาท ช่วยคนไทยห่างไกลโรคเพื่อรับบริการสาธารณสุขตามสิทธิประโยชน์ได้ฟรี โดยจ่ายค่าธรรมเนียมการรับบริการครั้งละ 30 บาทเท่านั้น
ในส่วนของสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการและลูกจ้างประจำมีสิทธิตาม พรก. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2523 ซึ่งข้าราชการ ลูกจ้างประจำและบุคคลในครอบครัว ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง โดยเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้เต็ม 100% หากรายการที่เบิกนั้นอยู่ในสิทธิประโยชน์ตามที่ระบุไว้ใน พรก. เพียงแต่จะต้องชำระเงินสดให้กับสถานพยาบาลนั้นก่อนในกรณีเป็นผู้ป่วยนอก ส่วนกรณีเป็นผู้ป่วยในไม่ต้องชำระเงินสด โดยเจ้าตัวต้องนำใบรับรองการเป็นข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ จากหน่วยงานต้นสังกัดไปให้สถานพยาบาลที่เข้ารับการรักษาพยาบาลนั้นได้ทันในช่วงที่เข้ารับการรักษาพยาบาล แต่ถ้าไม่ได้ติดต่อขอใบรับรองจากต้นสังกัดก็อาจต้องจ่ายเงินมัดจำให้กับสถานพยาบาลนั้นก่อน
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเห็นว่า ข้าราชการ และลูกจ้างประจำส่วนใหญ่ ในระบบราชการไทย ยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการสำรองจ่ายเงินสดให้กับสถานพยาบาลในกรณีเข้ารับการรักษาประเภทผู้ป่วยนอก ดังนั้น หากต้องสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลสูง ๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาการหมุนเวียนค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวเนื่องจากต้องรอการเบิกคืนจากหน่วยงานต้นสังกัด
ระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล : ยกเลิกจ่ายก่อนเบิกทีหลัง
สปสช. ประสานความร่วมมือกับกรมบัญชีกลาง ในการจัดการระบบเพื่อลดค่าใช้จ่ายในภาพรวมในด้านสาธารณสุขมิให้เกิดการซ้ำซ้อน เนื่องจากปัจจุบันระบบการให้ความช่วยเหลือในด้านการรักษาพยาบาลมีอยู่หลายระบบ ภายใต้นโยบายการบริหารการเงินคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ GFMIS
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้จัดทำฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐเพื่อการพัฒนาระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลให้แก่สถานพยาบาลมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2547 และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนาระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลของสิทธิข้าราชการจะทำให้ผู้มีสิทธิ (ข้าราชการและลูกจ้างประจำ) และบุคคลในครอบครัวที่มีรายชื่อในฐานข้อมูลดังกล่าว ไม่ต้องสำรองเงินค่ารักษาพยาบาลก่อน โดยสถานพยาบาลจะเป็นผู้วางเบิกกับกรมบัญชีกลางโดยตรง ทั้งกรณีผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของสถานพยาบาลของทางราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไป
|