|
หน้า 1 จาก 2
เหตุผลที่เลือกใช้ Joomla CMS
ระบบจัดการเนื้อหาเอกสาร ที่เหมาะสมสำหรับองค์กร
1. ความมั่นคงของซอฟต์แวร์ที่รับประกันว่าจะมีผู้พัฒนาขีดความสามารถให้สูงขึ้น และมีบุคคลากรที่จะพัฒนาต่อไป
2. ความมีมาตรฐานของซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้บุคลากรเฉพาะทาง ขอเพียงเข้ารับการอบรมหรือฝึกฝนจากตำราคู่มือ ก็สามารถใช้งานได้
3. ประหยัดงบประมาณและเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ลงได้อย่างมากเมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นที่ใช้งาน ทำให้สามารถสร้างเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว
ประสิทธิภาพเมื่อเปรียบเทียบกับ CMS ตัวอื่นๆ
1. เวิร์ดเพรสส์ (WordPress) เหมาะสำหรับสร้างบล็อกเพียงอย่างเดียว
2. จุมล่า (Joomla) เป็นทางออกที่ดี เมื่อมีปัญหาต้องการปรึกษาชุมชนชาวไทยได้ทันที เหมาะสำหรับหน่วยงานระดับจังหวัดและภาค ที่เว็บไซต์ไม่มีการขยายในอนาคตมาก
3. ดรูปัล (Drupal) ใช้ได้ทุกเว็บตั้งแต่เว็บส่วนตัว ยันเว็บหน่วยงาน บริษัทขนาดใหญ่ แต่การเริ่มต้นใช้งานจริงนั้น จะใช้งานได้ค่อนข้างยาก เป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องเสียเวลาศึกษาระดับหนึ่ง และหากมีปัญหาข้อสงสัย และไม่ชำนาญภาษาอังกฤษจะค่อนข้างลำบาก เพราะชุมชน ดรูปัลไทย ยังเล็กมาก
“Joomla!” โปรแกรม open source ที่เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Web Content Management Systems: CMS) ซึ่งถูกพัฒนาด้วย PHP และใช้ฐานข้อมูลของ MySQL ในการเก็บข้อมูล มีเทคนิคการเขียนโปรแกรมขั้นสูงภายใต้มาตรฐาน XHTML สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์มที่รองรับ PHP และ mySQL ทั้งนี้ Joomla! ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทีมพัฒนาที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา
CMS Joomla! จะแบ่งเว็บไซต์ออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ คือ
– Frontend คือส่วนที่แสดงผลให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือก็คือหน้าเว็บไซต์นั่นเอง
– Backend คือส่วนการจัดการเนื้อหารวมถึงโครงสร้างของเว็บไซต์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าส่วน Admin
ประสิทธิภาพและความสามารถของ Joomla!
1. การจัดการกับเนื้อหาหรือข้อความ (Content) ได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บ โดยผู้บริหารเว็บหรือผู้ดูแลเว็บไซต์ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านโปรแกรม เช่น HTML เพราะ Joomla! มี editor ออนไลน์ เช่น WYSIWYG editor เพื่อจัดรูปแบบข้อความตัวอักษร (Text) และรูปภาพ ยิ่งกว่านั้นไม่จำเป็นที่ต้องอัพโหลดเอกสารด้วยโปรแกรม FTP เพียงแค่คลิกปุ่ม save หรือ apply หน้าเว็บ ก็จะออนไลน์เตรียมพร้อมรับผู้เข้าชมที่จะเข้ามาดูในเว็บได้ทันที
2. มี Extension จำนวนมากให้เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้งาน เช่น component, module, Plugin มีทั้งแบบฟรี และแบบต้องชำระเงิน ๆ
1. Component เป็นโปรแกรมเสริมที่เพิ่มความสามารถการทำงานให้กับโปรแกรมหลัก เช่น Photo Gallery, Guestbook หรือ Forumจะมีส่วนที่แสดงผลในหน้าเว็บไซต์ และส่วนที่ใช้ปรับแต่งค่าการทำงานต่างๆ
2. Module เป็นโปรแกรมเสริมที่ใช้สำหรับแสดงผล ในหน้าเว็บเพจที่เราเห็นจะแบ่งเป็น Block หรือว่า Module ต่างๆ จะมีการกำหนดตำแหน่งที่จะวาง Module ว่าจะวางที่ตำแหน่งใดของหน้าเว็บ เช่น ด้านบน ด้านซ้าย ด้านขวา เช่น Module แสดงสถิติผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์, Module Login Form, Module Poll เป็นต้น เราสามารถปรับแต่งค่าพารามิเตอร์การทำงานของ Module ได้ แต่ไม่ละเอียดเท่าของ Component
3. Plug-in เป็นส่วนแก้ไขเพิ่มเติมให้กับโปรแกรมหลักเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับความสามารถเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เกี่ยวข้องในการติดต่อระหว่างผู้ใช้งานกับ Joomla! เช่น Plugin สำหรับแบ่งหน้า (Content – Pagebreak), ปุ่มอ่านต่อ Read more (Editor Buton - Readmore), Plugin แสดงเลขที่หน้า (Content-Page Navigation) เป็นต้น
|