หน้าแรก arrow การจัดการความรู้ arrow สิ่งแวดล้อม arrow น้ำ arrow “อารัล” (Aral Sea) ทะเลที่เหือดแห้ง
Home    Contacts
รายการหลัก
หน้าแรก
เกี่ยวกับสำนักงาน
กลุ่มงาน/ฝ่ายในสำนักงาน
ข้อมูลสิ่งแวดล้อม
สื่อเผยแพร่
การจัดการความรู้
ศูนย์บริการประชาชน
ศูนย์บริการสารสนเทศ
ศูนย์เตือนภัยมลพิษทางน้ำ
ดาวน์โหลด
คลินิกสิ่งแวดล้อม
เว็บไซต์สำคัญ
กระดานสนทนา
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
Link กระทรวง
รัฐมนตรีว่าการและคณะ
หน่วยงานในกระทรวง
บริการในกระทรวง
ระบบอินทราเน็ต
ค้นหามติคณะรัฐมนตรี
KM สป.ทส.
KM Webboard
เข้าสู่ระบบ





ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก? สมัครสมาชิก
“อารัล” (Aral Sea) ทะเลที่เหือดแห้ง PDF พิมพ์ อีเมล์
อังคาร, 25 มกราคม 2011

     ทะเลอารัล (Aral Sea) ในอดีต คือทะลแบบปิดที่เคยใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ปัจจุบันทะเลอารัล กำลังเหือดแห้งอันเป็นผลมาจากน้ำมือของมนุษย์ ที่ทำการผันน้ำไปเพื่อการเกษตรกรรม

     โดยใน พ.ศ. 2461 รัฐบาลโซเวียตมีโครงการเปลี่ยนเส้นทางของแม่น้ำสองสายซึ่งหล่อเลี้ยงทะเลอารัล ได้แก่แม่น้ำอามุ ดาเรีย ( Amu Darya) ทางตอนใต้ และแม่น้ำเซียร์ ดาเรีย (Syr Darya) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างการชลประทานให้พื้นที่ทะเลทรายในการปลูกข้าว เมลอน ธัญพืช และฝ้าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของโซเวียตเพื่อส่งเสริมให้ฝ้าย หรือทองคำสีขาว กลายเป็นสินค้าส่งออกหลัก โครงการนี้ทำให้ประเทศอุซเบกิสถานกลายเป็นผู้ส่งออกฝ้ายที่ใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

      การก่อสร้างคลองชลประทานเริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 2480 แต่คลองหลายสายถูกสร้างไม่ดี ทำให้สูญเสียน้ำจากการรั่วและระเหย มีการสูญเสียน้ำประมาณร้อยละ 30 ถึง 75 จากคลองคาราคัมซึ่งเป็นคลองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง ก่อนถึงปี 2500 น้ำประมาณ 20 ถึง 60 ลูกบาศก์กิโลเมตรไหลไปยังพื้นดินแทนที่จะไหลลงทะเล น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนเส้นทาง จนทำให้ทะเลอารัลเริ่มหดตัวในช่วงปี พ.ศ. 2500 ระหว่างปี 2504 - 2513 ระดับน้ำทะเลลดลงเฉลี่ยปีละ 20 เซนติเมตร ในปี 2510 ระดับน้ำทะเลลดลงถึง 50 - 60 เซนติเมตรต่อปี และในปี 2520 น้ำในทะเลยิ่งลดลงเร็วขึ้น ที่อัตราเฉลี่ย 80 - 90 เซนติเมตรต่อปี การใช้น้ำเพื่อการชลประทานก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน ปริมาณน้ำที่ถูกนำไปใช้จากแม่น้ำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2500 - 2543 ในขณะที่ปริมาณการผลิตฝ้ายก็เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมประมงที่เคยเฟื่องฟูได้ถูกทำลายไปเรียบร้อย และเมืองประมงตามชายฝั่งเดิมก็กลายเป็นสุสานเรือ

    รายละเอียดคลิ๊ก

 

Add comment


Security code
Refresh

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Web Development & Design