|
“อารัล” (Aral Sea) ทะเลที่เหือดแห้ง |
|
|
|
|
อังคาร, 25 มกราคม 2011 |
ทะเลอารัล (Aral Sea) ในอดีต คือทะลแบบปิดที่เคยใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ปัจจุบันทะเลอารัล กำลังเหือดแห้งอันเป็นผลมาจากน้ำมือของมนุษย์ ที่ทำการผันน้ำไปเพื่อการเกษตรกรรม
โดยใน พ.ศ. 2461 รัฐบาลโซเวียตมีโครงการเปลี่ยนเส้นทางของแม่น้ำสองสายซึ่งหล่อเลี้ยงทะเลอารัล ได้แก่แม่น้ำอามุ ดาเรีย ( Amu Darya) ทางตอนใต้ และแม่น้ำเซียร์ ดาเรีย (Syr Darya) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างการชลประทานให้พื้นที่ทะเลทรายในการปลูกข้าว เมลอน ธัญพืช และฝ้าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของโซเวียตเพื่อส่งเสริมให้ฝ้าย หรือทองคำสีขาว กลายเป็นสินค้าส่งออกหลัก โครงการนี้ทำให้ประเทศอุซเบกิสถานกลายเป็นผู้ส่งออกฝ้ายที่ใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
การก่อสร้างคลองชลประทานเริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 2480 แต่คลองหลายสายถูกสร้างไม่ดี ทำให้สูญเสียน้ำจากการรั่วและระเหย มีการสูญเสียน้ำประมาณร้อยละ 30 ถึง 75 จากคลองคาราคัมซึ่งเป็นคลองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง ก่อนถึงปี 2500 น้ำประมาณ 20 ถึง 60 ลูกบาศก์กิโลเมตรไหลไปยังพื้นดินแทนที่จะไหลลงทะเล น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนเส้นทาง จนทำให้ทะเลอารัลเริ่มหดตัวในช่วงปี พ.ศ. 2500 ระหว่างปี 2504 - 2513 ระดับน้ำทะเลลดลงเฉลี่ยปีละ 20 เซนติเมตร ในปี 2510 ระดับน้ำทะเลลดลงถึง 50 - 60 เซนติเมตรต่อปี และในปี 2520 น้ำในทะเลยิ่งลดลงเร็วขึ้น ที่อัตราเฉลี่ย 80 - 90 เซนติเมตรต่อปี การใช้น้ำเพื่อการชลประทานก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน ปริมาณน้ำที่ถูกนำไปใช้จากแม่น้ำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2500 - 2543 ในขณะที่ปริมาณการผลิตฝ้ายก็เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมประมงที่เคยเฟื่องฟูได้ถูกทำลายไปเรียบร้อย และเมืองประมงตามชายฝั่งเดิมก็กลายเป็นสุสานเรือ
รายละเอียดคลิ๊ก
|